บทความน่าอ่าน

 

 

 

ทำไมเครื่องสีข้าวจำเป็นต้องติดเทอร์โบ??

เทอร์โบ คืออุปกรณ์สำคัญช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องสีข้าวให้ดีขึ้น และได้ปริมาณข้าวสารเพิ่มขึ้น ช่วยคงคุณค่าสารอาหารไม่ให้สูญหายไปกับกระบวนการสี และช่วยคงรสชาติความหอมหวานของข้าว

เครื่องสีข้าวตราเสือ ได้พัฒนารูปร่างและประสิทธิภาพด้วยระบบเทอร์โบที่ได้ทำการจด สิทธิบัตร(Patent) ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อป้องกันการลอดเลียนแบบ และป้องกันต่างชาตินำไปจดสิทธิบัตรในประเทศของตน

การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเครื่องสีข้าวติดเทอร์โบ กับเครื่องสีข้าวที่ไม่ได้ติดเทอร์โบ

โดยการนำข้าวเปลือก จำนวน 2,000 กก. มาทดสอบ ได้ผลการทดสอบตามตารางนี้

ตารางผลการทดสอบ

ข้าวเปลือก 1,000 กก.เท่าๆ กัน
1. เครื่องสีข้าวติดเทอร์โบ
ได้ข้าวสาร 667 กก.
2. เครื่องสีข้าวไม่ติดเทอร์โบ
ได้ข้าวสาร 625 กก.
เครื่องสีข้าวติดเทอร์โบ
ได้ข้าวสารมากกว่า 42 กก.
ใช้ข้าวเปลือก 12 กก.เท่าๆ กัน
1. เครื่องสีข้าวติดเทอร์โบ
ได้ข้าวสาร 8.0 กก.
2. เครื่องสีข้าวไม่ติดเทอร์โบ
ได้ข้าวสาร 7.5 กก.
เครื่องสีข้าวติดเทอร์โบ
ได้ข้าวสารมากกว่า 0 .5 กก.

 

ผลการทดสอบสรุปได้ว่า

เครื่องสีข้าวติดเทอร์โบ สีได้ข้าวสารมากกว่าถึง 4.2%
ซึ่งนับเป็นจำนวนมหาศาล เมื่อพิจารณาจากปริมาณข้าวเปลือกที่ชาวบ้านนำไปสีเพื่อการบริโภคเองในครอบครัว ของทุกๆ หมู่บ้านในจังหวัดอุบลฯ ดังนี้

จังหวัดอุบลฯมี 2,809 หมู่บ้าน โดยเฉลี่ย 1 หมู่บ้านมีราว 100 หลังคาเรือนรวมแล้ว 280,900 ครัวเรือน เฉลี่ย 1 ครัวเรือนบริโภคข้าวเดือนละ 40 กก.จากข้าวเปลือกประมาณ 70 กก.
หรือเป็นปริมาณข้าวเปลือกรวมทั้งจังหวัด  19,663,000 กก. หรือ 19,663 ตัน/เดือน
หากนำข้าวเปลือกจำนวนนี้ไปสีด้วยเครื่องสีข้าวที่ติดเทอร์โบ จะได้ข้าวสารเพิ่มขึ้น 4.2% หรือเป็นปริมาณข้าวสารเพิ่มขึ้น 490,000 กก./เดือน หรือประมาณ 5.8 ล้าน กก.ต่อปี

ดังนั้นอุปกรณ์พิเศษหรือเทอร์โบที่โรงงานกรุงไทยกลการได้คิดค้นขึ้นมานี้ จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาบ้านเมือง สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ
นอกจากนี้ยังได้ออกแบบอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสีข้าวโดยการออกแบบหัวสีข้าว ที่ติดตั้งท่อดูดรำที่มีแรงดูดสูงทำหน้าที่ดูดรำข้าวออกจากหัวสีข้าวซึ่งเป็นอุปสรรคในการขัดสีของหินขัดข้าวกับยางขัดข้าว รำจะเกิดความร้อนเมื่อถูกขัดสีเป็นเวลานานและจะกลายเป็นน้ำมัน คือน้ำมันรำข้าว ทำให้รำมีความเหนียวไปเกาะติดตามส่วนต่างๆของหัวสีข้าวและหินขัดข้าว ซึ่งจะทำให้ลดประสิทธิภาพการสีข้าวเป็นอย่างมาก และน้ำมันรำข้าวนี้จะมีเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อสีข้าวไม่หมดกาก ก็ต้องปรับยางขัดข้าวให้บีบอัดข้าวแรงขึ้นเพื่อให้หมดกาก

เครื่องสีข้าวชนิดลูกหินนอนจะได้รำข้าวมากเป็นพิเศษ แต่ถ้าไม่มีพัดลมดูดรำออกได้อย่างเร็วพอแล้ว จะทำให้รำข้าวมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็นอุปสรรคต่อการสีข้าวได้เพราะจะเกิดความร้อนมากขึ้น ทำให้รำกลายเป็นน้ำมัน ไปเกาะติดกับส่วนต่างๆ ของหัวสีข้าวขวางกั้นระหว่างหินขัดข้าวกับเมล็ดข้าว ทำให้ข้าวถูกขัดสีไม่เต็มที่ และมีกากข้าวปนออกมากับข้าวสาร ทำให้ต้องบังคับลูกยางขัดข้าวให้บีบข้าวแรงขึ้นๆ เพื่อไม่ให้มีกากปนออกมา

ทำให้เกิดความเสียหายอีกหลายประการ เช่น
1. เมื่อบีบลูกยางขัดข้าวมากขึ้นความร้อนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น รำก็ยิ่งสร้างปัญหาเพิ่มมากขึ้นอีก และสิ้นเปลืองค่ายางขัดข้าวมากขึ้น
2. เมื่อปรับลูกยางให้บีบแรงเกินไป จะทำให้ข้าวแตกหักเพิ่มขึ้น เพราะแรงบีบอัดของยางขัดข้าวเกินกำลังที่ข้าวจะรับแรงบีบไหว
3. แรงบีบอัดของยางขัดข้าวที่บีบอัดอย่างแรง ทำให้เครื่องยนต์หรือมอเตอร์ทำงานหนักขึ้น ทำให้เปลืองน้ำมันหรือค่าไฟฟ้า
4. ทำให้สีข้าวได้ช้าลงเพราะเมื่อมีการปรับให้ลูกยางแน่นขึ้น เครื่องยนต์ซึ่งทำงานหนักอยู่แล้วจะไม่สามารถเพิ่มความเร็วขึ้นอีก ทำให้ต้องเดินเครื่องช้าจึงจะทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
5. ได้รำน้อย เนื่องจากหินขัดข้าวหมดสภาพ ไม่สามารถขัดข้าวได้เต็มที่เพราะมีรำและน้ำมันรำข้าวเกาะติดกับหินขัดข้าว การขัดสีที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียงแค่การบดให้เปลือกข้าวหลุดออกเท่านั้น

ดังนั้นเราจึงได้คิดค้นและพัฒนาระบบการดูดรำขึ้นมา เพื่อขจัดปัญหาดังกล่าวให้หมดไป



Copyright ©2005 www.ktkubon.com